บทที่ 3 มรดก

“สบายดีนะแม่พร” คุณสิรามนรับไหว้ลูกชายลูกสะใภ้

“สบายดีค่ะ พรซื้อเครื่องดื่มบำรุงกำลังมาฝากคุณแม่ด้วยค่ะ” ทิติพรพูดกับแม่สามีที่ไม่ได้เจอกันมาปีกว่าเพราะเธอไม่อยากมาแต่ครั้งนี้ท่านบอกให้สามีมาหาบอกว่ามีธุระจะคุยด้วยเธอคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดินผืนนี้จึงมาด้วยและเธอต้องมาทุกครั้งเพราะกลัวสามีจะสนใจนังลูกคนใช้แล้วยกมาเสมอตนกับลูกๆของเธอ

“ขอบใจนะแม่พร น้ำท่าในตู้เย็นก็หยิบเอาเองนะพอดีบ้านนี้มีคนใช้น่ะ” คุณสิรามนบอกลูกสะใภ้ที่กวาดสายตามองหาหลานสาวของเธอ

“ค่ะคุณแม่” ทิติพรยิ้มเจื่อนเมื่อแม่สามีพูดอย่างรู้ทันเธอ

“คุณแม่มีอะไรจะพูดกับผมเหรอครับ พอดีผมจะตีรถกลับเลย” ชาคริตถามแม่เพราะไม่รู้เรื่องโฉนดที่ดินของแม่ที่เอาไปค้ำประกันธุรกิจได้ถูกภรรยาเอาออกไปจำนองกับธนาคารที่เพื่อนของพ่อเป็นเจ้าของเรื่องจึงเงียบเพราะทุกคนปิดปากเงียบตามคำสั่งของทิติพร

“เรื่องโฉนดที่ดินของแม่ที่พ่อชายืมไปค้ำประกันธุรกิจแต่กลับเอาไปจำนองและตอนนี้ทางธนาคารเขาให้เวาสองเดือนหากไม่นำเงินต้นและดอกไปคืนก็จะยืดบ้านหลังงนี้” คุณสิรามนพูดกับลูกชายที่ทำหน้างง

“คุณแม่พูดอะไรครับ โฉนดของคุณแม่ผมไม่ได้เอาไปจำนองนะครับ” ชาคริตถึงกับงงเพราะเขาแค่เอาไปค้ำประกันเท่านั้นและธุรกิจของเก็ไม่ได้มีปัญหาแล้วเขาคิดว่าจะเอามาคืนท่านเพราะมันเป็นที่ดินผืนสุดท้ายที่ท่านมีและท่านบอกเขาแล้วว่าจะยกให้ลิปการ์เขาก็เห็นด้วยถึงยังไงเด็กนั่นก็เป็นลูก

“แล้วนี่อะไรล่ะ” คุณสิรามนยื่นซองเอกสารของธนาคารให้ลูกชายดูและเห็นลูกสะใภ้หน้าเสียก็คิดว่าคนทำน่าจะไม่ใช่ลูกชายของเธอ

“คุณพรนี่มันอะไรกัน ทำไมโฉนดที่ดินของคุณแม่ถึงไปอยู่ที่ธนาคารของคุณปองพลได้” ชาคริตอ่านเอกสารแล้วถามภรรยาเพราะเขาเก็บโฉนดที่ดินไว้ในตู้เซฟที่บ้านและคนที่เปิดได้มีแค่เขากับภรรยาเท่านั้น

“คือว่าตาฟิวส์จะเอาเงินไปเพิ่มในพอร์ตแล้วตอนนั้นฉันไม่มีเงินสดก็เลยยืมโฉนดของคุณแม่ไปจำนองและเอาเงินมาให้ตาฟิวส์แล้วตาฟิวส์ขายหุ้นขาดทุนครั้งนั้นไงคะก็เลยไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยค่ะ” ทิติพรตอบสามีอย่างไม่สะทกสะท้านเธอรู้ว่าแม่สามีจะยกโฉนดที่ดินแปลงนี้ให้นังลูกคนใช้นั่นแล้วเรื่องอะไรเธอจะยอมล่ะเงินตั้งสี่สิบห้าสิบล้านและเธอวางแผนไว้แล้ว

“งั้นพ่อชาก็ไปจัดการเอามาคืนแม่ด้วยลูก” คุณสิรามนพูดกับลูกชายแล้วหนักใจเพราะลูกชายกลัวเมียยอมทำตามเมียทุกอย่างแม้กระทั่งไม่มาหาเธอแต่คนเป็นแม่ยังไงก็ตัดลูกไม่ขาดแต่ทำอะไรไม่ได้

“ได้ครับคุณแม่ เดี๋ยวผมจะจัดการให้ครับ" ชาคริตถอนหายใจหันไปมองภรรายตัวตั้นเรื่องที่ทำลับหลังเขา

“ไม่ได้นะคะคุณชา คุณจะเอาเงินตั้งสามสิบกว่าล้านไปไถ่ที่ดินคืนไม่ได้นะคะ เกิดธุรกิจของเรามีปัญหาอีกล่ะจะทำยังไง” ทิติพรท้วงสามีด้วยความไม่พอใจทำไมเธอจะเสียเงินสามสิบล้านให้นังลูกคนใช้นั่นด้วยเธออุตส่าห์วางแผนไว้แล้วว่าเธอจะได้เงินส่วนต่างอีกยี่สิบกว่าล้าน

“แล้วคุณจะให้ผมปล่อยให้ที่ดินของคุณแม่ถูกยึดหรือไงแล้วท่านจะไปอยู่ที่ไหน” ชาคริตว่าภรรยาเขารู้ว่าทิติพรไม่ชอบแม่แต่ยังไงท่านก็เป็นแม่ของเขาถึงเขาจะเลวแต่ก็รักแม่แค่ไม่ได้รักลูกที่ไม่ต้องการให้เกิดมาอย่างลิปการ์เท่านั้น

“คุณแม่ไปอยู่กับเราที่กรุงเทพก็ได้นี่คะ” ทิติพรเสนอสามีให้แม่ของเขาไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพ

“บ้านแม่อยู่ที่นี่ แม่จะไม่ย้ายไปไหนแม่จะอยู่และตายที่นี่” คุณสิรามนพูดกับลูกสะใภ้ยังไงเธอก็ไม่ไปอยู่กรุงเทพหากไม่อยู่ที่นี่เธอก็จะหาบ้านอยู่ที่นี่

“ผมจะจัดการให้ครับคุณแม่” ชาคริตบอกแม่ยังไงเขาจะคืนที่ดินให้แม่

“ฉันไม่ยอมค่ะ ถ้าคุณไถ่ที่ดินผืนนี้ให้คุณแม่ คุณแม่ก็จะยกให้นังเด็กลูกคนใช้นั่นแล้วลูกของเราล่ะคะจะได้อะไรพรไม่ยอมค่ะ ถ้าคุณทำแบบนั้นพรจะไปคุยกับคุณพ่อ” ทิติพรเอาพ่อมาขู่สามีเพราะเขามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะพ่อของเธอเป็นคนสนับสนุน

“คุณพร” ชาคริตมองภรรยาที่เอาพ่อมาขู่เขาอีก

“ที่ดินพันกว่าไร่แปรเป็นเงินได้เท่าไหร่ทำไมแม่พรถึงว่าแม่ไม่ให้อะไรหลานล่ะ” คุณสิรามนถามลูกสะใภ้เพราะครั้งนั้นก็กลัวว่าเธอจะยกที่ดินให้ลิปการ์จึงเอาหลานมาอ้างเธอก็ยกให้ไปแต่สามีเก็บไว้ให้ลิปการ์อีกสองแปลงที่เชียงใหม่ซึ่งลูกชายไม่รู้

“พอเถอะคุณพรเดี๋ยวไปคุยกันที่บ้านแต่เรื่องที่ดินของคุณแม่ยังไงผมก็จะเอามาคืนท่านและผมจะไปพูดกับคุณพ่อเอง” ชาคริตพูดกับภรรยาถึงเขาจะรักเธอกับลูกมากแต่เขาก็รักแม่มากเช่นกันแต่ที่ไม่มาหาท่านก็เพราะรู้ว่าเด็กเอ๋ยดูแลท่านได้เขาจึงเห็นด้วยที่จะยกที่ดินกับบ้านหลังนี้ให้

“งั้นเอาอย่างนี้นะคะคุณแม่ พรจะซื้อบ้านให้คุณแม่หลังหนึ่งจะอยู่กับใครก็แล้วแต่คุณแม่ขอแค่ยกที่ดินกับบ้านหลังนี้ให้ตาฟิวส์นะคะ” ทิตพรยื่นข้อเสนอให้แม่สามีอย่างน้อยบ้านหลังหนึ่งก็ไม่เกินสองล้านแต่ถ้าขายที่ดินผืนนี้ก็ได้ไม่ต่ำกว่าห้าสิบล้านยังไงเธอไม่ยอมแน่

“แม่พรพูดเหมือนตัวเองสิ้นไร้ไม้ตอกถึงกับมาขอที่ดินกับบ้านที่แม่อยู่มาค่อนชีวิตทั้งที่แม่ยกให้ไปหมดแล้วแค่ขอที่อยู่อาศัยในบั้นปลายชีวิตแม่พรก็ยังจะมาเอาไปอีกหรือ” คุณสิรามนพูดเสียงต่ำเยือกเย็นมองลูกสะใภ้อย่างผิดหวังที่กลายเป็นคนเห็นแก่ได้ทั้งที่ครอบครัวก็ร่ำรวย

“คุณแม่พูดอย่างนี้ได้ยังไงคะ พรแค่ไม่อยากให้ทรัพย์สินของตระกูลคุณแม่ตกอยู่ในมือนังเด็กลูกคนใช้นั่นและมันไม่มีสิทธิ์ได้ไปและทรัพย์สินทุกอย่างของคุณแม่ต้องเป็นของตาฟิวส์กับยัยฟ้าค่ะ” ทิติพรพูดกับแม่สามียังไงเธอก็ไม่คืนให้และจะรอจนใกล้วันสุดท้ายที่ธนาคาแจ้งมาแล้วค่อยไถ่ถอนออกก่อนจะถูกยึด

“แต่ลูกคนใช้ที่เธอว่าเป็นหลานฉัน และเธอลืมไปหรือเปล่าว่ามาทีหลังแม่อร” คุณสิรามนว่าลูกสะใภ้อย่างไพอใจที่พูดกดหัวหลานสาวอย่างดูถูก

“คุณชาฟังคุณแม่พูดสิคะ พรไม่ยอมนะที่คุณแม่ยกนังคนใช้กับลูกของมันมาเทียบเท่าลูกของพร” ทิติพรโวยวายกับสามีด้วยความไม่พอใจแม่สามีบอกว่าเธอมาทีหลัง

“คุณพร ใจเย็นก่อนอย่าโวยวายได้มั้ย” ชาคริตปรามภรรยาที่โวยวายใส่แม่

“ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่แม่ยอมชานะ แม่ของชาสิบล้านค่าที่ดินผืนนี้กับบ้านแม่จะไปซื้อบ้านอยู่ส่วนชาจะไถ่ถอนบาหลังนี้หรือเปล่าแม่ไม่สนใจแล้วในเมื่อมันมีปัญหานักแม่ก็จะไม่เอาคืนเพื่อให้ครอบครัวลูกมีความสุข หากแม่ตายไปทุกอย่างของแม่จะยกให้แม่เอ๋ยทั้งหมด หวังว่าชากับแม่พรจะเข้าใจนะ” คุณสิรามนพูดกับลูกชายเพราะไม่อยากให้มีปัญหาในครอบครัวเธอทำให้ลูกได้แค่นี้ ส่วนลิปการ์นั้นท่านจะไม่ทำให้หลานสาวลำบากเด็กกตัญญูรู้คุณคนนี้จะต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้

“ขอบคุณครับคุณแม่ ผมจะเขียนเช็คให้คุณแม่เลยนะครับ” ชาคิริตขอบคุณแม่แล้วล้วงสมุดเช็คมาเซ็นให้แม่เพื่อตัดปัญหาระหว่างแม่กับภรรยาและเขาก็ลำบากใจหากภรรยาไปคุยกับพ่อของเธอเรื่องเขามีลูกอีกคน

“คุณชาคะ..”

“หยุดเถอะคุณพร ที่คุณเอาที่ดินคุณแม่ไปจำนองเรายังไม่ได้เคลียร์กันเลยนะ” ชาคริตพูดเสียงแข็งใส่ภรรยาซึ่งปกติเขาจะโอนอ่อนยอมมาตลอดแต่ครั้งนี้ทิติพรทำเกินไปจริงๆ

“ถ้าลูกของพรไม่มาหาคุณแม่ก็อย่ามาว่าละกันค่ะ” ทิติพรพูดจบก็เดินฮึดฮัดออกไปจากห้องรับแขกที่มีแต่ของเก่าแก่สมัยพ่อสามียังมีอำนาจรุ่งเรืองและตอนนั้นชาคริตก็เหมาะสมกับเธอที่สุดแต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อพ่อสามีตาและแม่สามีก็เหลือสมบัติชิ้นสุดท้ายคือที่ดินและบ้านหลังนี้เท่านั้นและเธอยอมไม่ได้ที่จะตกไปเป็นของลูกคนใช้ไร้สกุลรุนชาตินั่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป